บทที่ 1 ภรรยาในนาม
“ได้ยินว่าคุณพร้อมแต่งงาน พราะคุณพ่อป่วยหนักนะ ถ้าไม่ถูกครอบครัวกดดัน คงไม่เลือกผู้หญิงธรรมดาแบบนั้นหรอก” มือของปาริฉัตรหยุดอยู่ตรงกลอนประตูห้องน้ำ
“แต่งมาตั้งสามปีแล้วยังไม่มีลูกเลยไม่ใช่เหรอคะ”
“คนไม่ได้รักกัน จะมีลูกได้ยังไง” เสียงหัวเราะดังตามมา ปาริฉัตรปล่อยมือจากกลอนประตูแล้วถอยกลับมายืนหน้ากระจก เธอหยิบลิปสติกขึ้นมาเติม ทั้งที่สีเดิมยังไม่ได้เลือนหายไปไหน
ผู้หญิงสองคนนั้นคุยกันต่ออีกครู่หนึ่งจึงพากันออกจากห้องน้ำ ปาริฉัตรรอจนเสียงรองเท้าส้นสูงเงียบไปแล้วจึงเปิดประตูตามออกมา
พร้อมพัฒน์ยืนอยู่ตรงทางเดินด้านนอก เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะปิดประตูตามหลัง
“พี่พร้อมมายืนทำอะไรตรงนี้คะ”
“คุณย่าให้มาตาม” เขามองหน้าเธอ
“ลูกปลาหายออกมานานแล้ว”
“เพิ่งรู้ว่าพี่พร้อมสังเกตด้วย” พร้อมพัฒน์ไม่ได้ตอบ เขามองผ่านเธอไปยังประตูห้องน้ำ ก่อนกลับมาหยุดที่ใบหน้าของเธออีกครั้ง
“มีใครพูดอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีค่ะ”
“งั้นก็ไปเถอะ คุณย่ารอถ่ายรูปอยู่” เขาหันหลังเดินนำ ปาริฉัตรมองตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวไปพร้อมกับเขา
เมื่อเข้าใกล้ห้องจัดเลี้ยง พร้อมพัฒน์ชะลอฝีเท้าลง เขายื่นแขนมาให้โดยไม่ต้องพูด ปาริฉัตรวางมือลงบนข้อพับแขนของเขาตามความเคยชิน
เธอทำแบบนี้มาตลอดสามปี ไม่ว่าจะทะเลาะกันหรือไม่ได้พูดกันมากี่วัน เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น ทั้งคู่ยังคงเป็นสามีภรรยาที่ไม่มีอะไรผิดปกติ
“มือเย็นอีกแล้ว” ปาริฉัตรเงยหน้ามองคนพูด
“ในห้องน้ำเปิดแอร์แรงค่ะ” พร้อมพัฒน์ไม่ได้ถามต่อ เขาดึงมือเธอออกจากแขนตัวเองแล้วจับไว้หลวมๆ ขณะพาเดินกลับเข้าไปในงาน
“พี่พร้อมไม่ต้องจับก็ได้ค่ะ”
“คุณย่ามองอยู่” เธอหันไปเห็นหญิงชรานั่งอยู่ไม่ไกล จึงไม่ได้ดึงมือกลับ
“ยิ้มหน่อย” เขาบอก
“ลูกปลายิ้มอยู่ค่ะ”
“เมื่อกี้ไม่ได้ยิ้ม” ปาริฉัตรหันมองเขาอีกครั้ง พร้อมพัฒน์ค่อยๆ ปล่อยมือเธอก่อนจะเดินไปหาย่าของเขา
“หายไปไหนกันมาตั้งนาน มาเร็ว ช่างภาพรออยู่” คุณย่ากวักมือเรียก
“พร้อม ยืนใกล้น้องหน่อยสิ จะเว้นที่ไว้ให้ใคร” พร้อมพัฒน์ขยับเข้ามา มือข้างหนึ่งวางลงบนเอวของเธอ ปาริฉัตรเกร็งตัวไปเล็กน้อยเมื่อถูกดึงให้เข้าไปชิด
“ยืนดีๆ” เขากระซิบ
“มันไม่ดียังไงคะแบบนี้”
“ถ้ายังขยับหนี รูปออกมาไม่ดีคุณย่าก็ให้ถ่ายใหม่อีก” ปาริฉัตรจึงหยุดขยับ กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยอยู่ใกล้จนไม่ต้องหันไปมอง เธอรู้ว่าปกเสื้อสูทของเขาพับอยู่ตรงไหน และรู้ด้วยว่าอีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเขาคงเริ่มปวดหัว เพราะดื่มไวน์ทั้งที่ยังไม่ได้กินอะไร
เรื่องของพร้อมพัฒน์ เธอจำได้แทบทุกอย่าง ส่วนเขารู้เรื่องของเธอแค่ไหน ปาริฉัตรไม่เคยแน่ใจ
“มองกล้องครับ” ทั้งสองหันไปตามเสียงช่างภาพ พร้อมพัฒน์กระชับมือที่เอวเธอเล็กน้อยเมื่อมีแขกเดินผ่านด้านหลัง ปาริฉัตรเผลอวางมือลงบนหน้าอกเขาเพื่อไม่ให้เสียหลัก
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นพอดี
“รูปนี้สวย” คุณย่าพูดอย่างพอใจ
“ยืนด้วยกันแบบนี้ก็ดูเหมาะสมกันดี แล้วเมื่อไรจะมีเหลนให้ย่าสักที” รอยยิ้มบนใบหน้าปาริฉัตรหยุดไปชั่วขณะ
“นั่นสิคะ แต่งกันมาตั้งสามปีแล้ว หรือมัวแต่ทำงานจนไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน” ญาติคนหนึ่งพูดขึ้น
“เรื่องแบบนี้ปล่อยไว้นานไม่ดีนะคะ” พร้อมพัฒน์ปล่อยมือจากเอวเธอ ก่อนขยับมายืนบังสายตาของคนพูดไว้ครึ่งหนึ่ง
“เรื่องลูกเป็นเรื่องของผมกับลูกปลาครับ” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่ทำให้คนที่กำลังจะพูดต่อหยุดลง
“ฉันก็แค่เป็นห่วง”
“ขอบคุณครับ ถ้ามีข่าวดีเมื่อไร ผมจะบอกเอง” คุณย่ามองหลานชายแล้วส่ายหน้า ก่อนเปลี่ยนไปถามเรื่องอื่น ปาริฉัตรไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งทั้งคู่เดินออกมาจากตรงนั้น
“ขอบคุณนะคะ”
“เรื่องอะไร”
“ที่ช่วยพูดให้เมื่อกี้”
“พี่ไม่ได้ช่วย พี่แค่ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัว” คำตอบนั้นไม่ควรทำให้ผิดหวัง เพราะนี่คือพร้อมพัฒน์ คนที่ทำทุกอย่างโดยมีเหตุผลของตัวเองเสมอ
พนักงานนำเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟ พร้อมพัฒน์หยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาหนึ่งแก้ว ส่วนปาริฉัตรกำลังจะหยิบอีกแก้ว เขากลับเอ่ยขึ้นก่อน
“เมื่อเช้ายังกินยาอยู่ไม่ใช่เหรอ” มือของเธอหยุดอยู่เหนือถาดเครื่องดื่ม
“วันนี้ไม่ปวดท้องแล้วค่ะ ดื่มนิดเดียวได้”
“ตามใจ” พร้อมพัฒน์ไม่ได้ห้ามอีก ปาริฉัตรกลับเปลี่ยนไปหยิบแก้วน้ำผลไม้แทน ก่อนมองคนข้างกายเงียบๆ
“พี่พร้อมจำได้ด้วยเหรอคะ”
“ขวดยาวางอยู่กลางโต๊ะ จะไม่เห็นได้ยังไง”
“ลูกปลานึกว่าพี่พร้อมไม่เคยมองอะไรในบ้านเสียอีก” พร้อมพัฒน์วางแก้วในมือลง
“เป็นอะไรตั้งแต่ออกจากห้องน้ำแล้ว”
“เปล่าค่ะ”
“ถ้ามีอะไรก็พูด ไม่ต้องประชด”
“ถ้าพูดแล้วพี่พร้อมจะฟังเหรอคะ” เขายังไม่ทันตอบ โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทก็ดังขึ้น พร้อมพัฒน์หยิบออกมาดู รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าที่เรียบเฉยมาตลอดทั้งคืน
ปาริฉัตรจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายที่เขายิ้มเพียงเพราะเห็นชื่อของเธอคือเมื่อไร หรือความจริงแล้ว มันอาจไม่เคยเกิดขึ้นเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอไม่ได้ตั้งใจมอง แต่ชื่อบนหน้าจออยู่ตรงสายตาพอดี
อัญญาริน
มือที่ถือแก้วน้ำผลไม้แน่นขึ้นเล็กน้อย พร้อมพัฒน์พิมพ์ตอบข้อความ ก่อนเก็บโทรศัพท์ลงตามเดิม
“คุณอัญญารินกลับมาแล้วเหรอคะ” เขาเงยหน้าขึ้น
“เสียมารยาทนะที่ทำแบบนี้” เขาตำหนิทันที
“ชื่อขึ้นเต็มหน้าจอขนาดนั้น ลูกปลาไม่จำเป็นต้องแอบดูเลย”
“อือ กลับมาแล้ว”
แม้จะได้ยินข่าวนี้มาหลายครั้ง แต่เมื่อได้คำยืนยันจากปากเขา ปาริฉัตรก็ยังต้องใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะถามต่อได้
“กลับมาตั้งแต่เมื่อไรคะ”
“เมื่อวาน”
“พี่พร้อมรู้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว?”
“เพิ่งได้คุยกันวันนี้”
“แล้วทำไมไม่บอกลูกปลา”
“พี่ยังไม่มีจังหวะบอก”
“หรือคิดว่าไม่จำเป็นต้องบอกคะ” พร้อมพัฒน์ถอนหายใจ แต่ครั้งนี้ปาริฉัตรไม่ได้รีบขอโทษเหมือนทุกครั้ง
“ลูกปลา อย่าเพิ่งหาเรื่องกันในงานได้ไหม”
“ลูกปลาแค่ถาม”
“พรุ่งนี้บริษัทมีงานต้อนรับทีมออกแบบที่จะมาร่วมทำโครงการ Skyline อันเป็นหัวหน้าทีม” เขาเรียกชื่อเล่นของอัญญารินได้โดยไม่ต้องคิด ต่างจากตลอดสามปีที่เขายังเรียกภรรยาของตัวเองว่าลูกปลาตามผู้ใหญ่ในครอบครัว
“พี่อยากให้ลูกปลาไปด้วย”
“ในฐานะอะไรคะ”
“ภรรยาพี่” คำตอบสั้นเกินกว่าจะบอกว่าเขาต้องการให้เธอไปจริงๆ หรือแค่ไม่อยากให้คนอื่นสงสัย
“ถ้าลูกปลาไม่ไปล่ะคะ”
“พี่ก็คงต้องตอบคำถามคนทั้งงานว่าภรรยาหายไปไหน”
“สรุปว่าต้องไป”
“พี่ไม่ได้บังคับ” พร้อมพัฒน์มองเธอ
“แต่พี่อยากให้ไป”
